20.01.12

posted on 20 Jan 2012 23:27 by droptal
ข้าพเจ้าไม่เคยชอบทะเลว่าเพราะรู้สึกว่ามันหว่าเว้ 
ทว่า ณ วินาทีนี้อยากเอาเท้าไปจุ่มลงทะเล
และปลดปล่อยให้ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา
ผ่านไปจากชีวิตดังเกลียวคลื่นที่ม้วนลงทะเล...
 

-พี่ยักษ์-

posted on 17 Jan 2012 23:27 by droptal


แท้จริงแล้วผมกับพี่ยักษ์ไม่ได้สนิทอะไรกันมากมายเป็นพิเศษ
แต่ในความที่ไม่พิเศษนั้นพี่ยักษ์กับผมกับทักทายสอบถามกันทุกสาระทุกข์สุขที่มี
นั้นแหละกระมั่งที่เรียกว่าความสัมพันธ์ผูกพันกันเป็นพี่ และเป็นน้องกัน

วันวานก่อนวันนี้ผมมีโอกาสเข้าภาคไปขอความช่วยเหลือทางวิชาการ
พี่ยักษ์ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมช่วยเหลือ ช่วยแนะ ช่วยนำ
พี่ที่ทำทั้งหน้าที่ของพี่ พี่ที่ทำหน้าที่ของอาจารย์
พี่ที่ค่อยดูแลน้องๆเสมอ พี่ที่มีที่ว่างเสมอให้น้อง

เมื่อวานผ่านมาไม่ได้สนิทกันมากมายเพียงใด
แต่วันนี้จากกันทำไมน้ำตามันไหลออกจากใจไม่รู้หมดสิ้นเสียที่
ขอให้พี่ไปดีครับพี่ยักษ์ชาติหน้ามีจริง
ผมขอเกิดมารับใช้พี่บ้างนะครับ
ขอบคุณจากใจจริงและจริงใจอีกครั้งครับพี่
 
 
 

กลิ่น

posted on 10 Jan 2012 21:23 by droptal
น้ำได้ไหลไปแล้ว พัดไปซึ่งหลากหลายความหมายที่คาดว่าจะคงอยู่
ซากตะกอนที่เหลือไว้ ดังตรรกะชีวิตที่มวลมนุษย์เฝ้าค้นหา
แท้จริงมนุษย์ค้นหาสิ่งใดมาครอบครอง เพื่อรอการพลัดพลาก
ดังว่าทุกสิ่งไม่จีรังดังคำสอนขององค์สัมมาสัมพุธเจ้า
 
ผมก็เช่นเดียวกันตะกอนที่คงอยู่ที่ไว้คือความจริงของชีวิต
ซากอะไหล่มอไซต์สนิมเกรอะกรังในวันนี้ หากแต่อดีตมันเคยสวยงาม
หมายปอง ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ทุกข์สุขเศร้าเหงาหง่อยสลับซ้อนทับไปมาไร้ทิศทาง 
 
มีเพื่อนในนี้ตามให้กำลังใจผมอยู่ตลอด
ไม่ใช่เพียงกำลังใจเท่านั้นที่ผมได้
แต่อักษรต่างๆที่ผมได้บันทึกลงไว้ในนี้
กลายมีชีวิตโลดเแล่นโดดเด่น ขมขื่นตามเรียงร้อย
 
 
น้ำพัดไปแล้ว สายลมแห่งการเดินทางกำลังจะผ่านมา
ผมได้กลิ่นมาลอยมาแต่ไกลดังสัญญาที่ผมได้ลงนามไว้จนวันตาย
 
 
<iframe width="420" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/F-ikE5uK1HQ" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>

3 มกรา

posted on 06 Jan 2012 23:29 by droptal
 3มกราปีนี้ตรงกับวันหยุดยาวที่ยาวนานกว่าธรรมดาในรู้สึก

ปีนี้ผมไม่ดื่มเหล้า ไม่รื่นเริง ไม่เข้าใจทำไม

มองผ่านวงเหล้าวงแล้ววงเหล่าก็ชาชิน

ยินเสียงปืนเสียงประทัดก็เงียบกว่าเดิม

นี้ตัวเรากร้านขึ้นหรือเสื่อมลง หรือทั้งกร้านทั้งเสื่อมกันหนอ



20.00 นาฬิกาผมย่องเข้าร้านเน็ตเช็คข้อมูลซื้อขายอะไหล่มอไซต์
แล้วก็เห็นรุ่นน้องคนนึง post ข้อความลงกระดานอีเล็ทรอนิกส์
ณ.วินาทีนั้นผมจ่ายเงินออกจากร้านแล้วรีบบึ่งมอไซต์
.
.
.
จุดธูป เทียนพร้อมเปล่งวาจาบุชาองค์พระวิษณุกรรม
ทุกอย่างที่ผ่านมาในรอบปีเงียบสงบดังว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น
ผมลุกขึ้นไหว้องค์ท่านอีกครั้งพร้อมก้าวเดินออกมา
พลางในใจคิดไว้ว่าก้าวต่อไป จะพาเราไปถึงที่ไหนหรอ

๒๕๕๕

posted on 01 Jan 2012 18:52 by droptal
ปีใหม่ผ่านมาอีกครั้ง
และปีนี้ก็คล้ายกับทุกๆปี
มีวงเหล้า มีคาราโอเกะ มีพลุประทัด
 
.
.
.
.
 
แต่ก็ยังดีดีกว่าต้องปีใหม่ไปจมน้ำไป
ขอให้ทุกท่านมีความสุขตามแต่กำลังและสติจะหาได้นะครับ.....

edit @ 1 Jan 2012 18:54:04 by droptal

น้ำ

posted on 17 Dec 2011 23:58 by droptal
น้ำท่วมพัดพาได้ไปแต่ทรัพย์สิน
แต่จิตวิญญาณที่รักตัวอักษรมิได้หายไป
วันนี้น้ำไหลจากสูงลงต่ำผ่านกรุงเทพ
ฉันก็ถึงเวลาเพียรเขียนสิ่งที่ฉันรัก....

แยกย้ายเดินต่อ34(4)

posted on 24 Oct 2011 01:17 by droptal

    กลุ่มควันลอยล่องพริ้วไหวเหนือปล่องควันโรงงานอุตสาหกรรม
ในยามบ่ายที่แดดเดือด ผมนั่งปล่อยควันข้างห้องน้ำนอกโรงงาน ผมนั่งมองดูควันที่ลอยจากปล่อง
และควันที่ลอยจากปลายยาสูบ ชีวิตมนุษย์ช่างอึดอัดเสียจริงๆ ทุกอย่างเต็มไปด้วยกฎ
กฎที่เขียนขึ้นใหม่ๆทุกวัน ทุกวันๆ
    ผมทำงานโรงงานแห่งนี้มาระยะเวลาหนึ่ง ระยะนี้แสนสั้นตามปฎิทิน
แต่ระยะเวลาของลมหายใจของผมมันช่างยืดยาวมาก มากจนคิดว่าชีวิตของผมที่เกิดขึ้นมานี้
เวลานี้แหละทรมานและเอื่อยเฉื่อยที่สุด เวลาชีวิตของผมเดินเป็นวงกลมเข็มวิ่งวนแล้ว
วิ่งวนอีก ไม่มีซับซ้อนไม่มีเงื่อนไข ไม่มีกรณีพิเศษ เข้า 8.00 เลิก 23.00
บ้างครั้งหลายวันต่อเดือนก็เลิก 17.00
    ชีวิตที่ตื่นนั่งรถเมล์ไปต่อรถโรงงาน
    ชีวิตที่หลับคารถโรงงาน หลับเที่ยงที่ทำงาน
    ชีวิตที่กินข้าวแข็งเพราะข้าวฟรี
    ชีวิตที่กลับบ้านเห็นเพียงแสงสีไร้ผู้คน
    ชีวิตที่มีเงินเดือนแค่ตัวเลขได้มาเร็ว ใช้ไปง่าย
    ชีวิตผมเหลือเพียงเท่านี้หรือ?
    เช้าวันพฤขณะที่ทุกอย่างกำลังขับเคลื่อนตัวมันเองด้วยหน้าที่ของตนเอง
ทุกคนเปิดเจ้ากล่องน้อยเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมพร้อมทำงาน พลางก็พูดคุยเรื่องราวที่ผ่าน
ในเวลาที่จากหาสิ่งมาเติมเต็ม แต่ผมพึ่งตื่นกลับถึงบ้านเที่ยงคืน นอนตื่นหกโมงเช้า
แม้แต่ฝันผมยังไม่มีจะคุยกับเพื่อนพนักงานเลย ชีวิตของผมมันตีบตันมากมายขนาดนี้เชี่ยวหรือ
ผมกดสวิทช์ปิดคอมพิวเตอร์หันหลังเดินออกจากโรงงานและสัญญากลับตัวเองจะไม่กลับมาอีก

    นัยเพื่อนที่ชวนผมเข้ามาทำงานโรงงานรั้วเดียวกันถามไถ่อยากใยดี
เพียงแต่ผมมีเพียงคำถาม ไม่มีคำตอบใด ผมออกจากที่นั่นง่ายดาย ไม่มีใบลา ไม่ได้บอกกล่าว
ไม่มีความคิดที่คิดว่าถูกหรือคิดว่าผิด มีเพียงความรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ที่นั่นไม่มีสิ่งใดที่ใช่
มีเพียงความต้องการของการตอบแทนเท่านั้น มีเพียงการดูซึมพลังชีวิต พลังงานความฝัน
ให้ออกไปพร้อมๆกับลมหายใจที่รวยรินและค่อยๆหมดลง

.
.
.
.
.
.
.
.
    ผมออกไปเดินทางท่องโลกอีกครั้ง  แม้ว่าจะมีบ.ติดต่อเข้ามาผมก็ไม่ได้รับงาน
ไม่ได้สนใจเรื่องการทำงาน ในสายตาของผมย่ามนี้โลกช่างสดใสหลากหลายเรื่องราวรอซึ่งการค้นพบ
รอให้คนช่างฝันเดินทางเข้ามาเมื่อหิวโหยและเดินจากออกไปเมื่ออิ่มพร้อม..และเมื่อชีวิตผมพร้อม
ผมก็จะเดินอีกก้าวหนึ่ง


ณ 2544

น้ำท่วมใจ

posted on 20 Oct 2011 22:08 by droptal
โศกที่สุดไม่ใช่น้ำท่วม
แต่เป็นใจของคน ตนของไทย
ไม่ว่าจะเอารถไปจอดบนทางด่วน
ไม่ว่าจะพังแนวกั้นน้ำให้ท่วมทั่วถึง
ไม่ว่าจะลักขโมย
แย่งชิงอาหารของบริจาค
นินทาว่าร้าย สอดเสียด

น้ำท่วมครั้งนี้ สะท้อนภาพภัยพิบัติซึนามิของญี่ปุ่น
ประเทศที่พัฒนาแล้วเค้าไม่ได้ดูที่รายได้
ไม่ได้ดูที่การศึกษา ไม่ได้ดูที่ทรัพย์สิน
แต่ดูที่จิตใจคนในชาติ แค่นั้นก็พอ

ดึกแล้ว

posted on 14 Oct 2011 23:28 by droptal
คืนนี้ช่างดึกกว่าทุกคืน ทุกดึกจริงๆ....


 

http://youtu.be/arHyeO6kB1U

 

 

 

edit @ 14 Oct 2011 23:31:34 by droptal

edit @ 14 Oct 2011 23:31:56 by droptal

     ในขณะที่สังคมเคลื่อนเลื่อนไหวอย่างเอื่อยเชื่อยดังค่ำคืนกลางเดือนเช่นนี้
มีเพียง 2 หนุ่มตะเวนเข้าออกตู้ ATM เพื่อนป้อนรหัสในสมองแล้วรอรับความสำราญ
จากสิ่งที่ตู้ ตู้นี้จะมีให้ เราดื่มกินอย่างกับเสียว่ามันจะถึงวันเวลาสุดท้ายของเราทั้งคน
แม้ว่าวันนั้นจะไม่ใช่วันนี้ดังที่เราทั้งสองคิดก็ตาม

    ...ผมย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยไกลจากบ้านอีกหัวมุมจังหวัด
เป็นช่วงเวลาที่ผมและเพื่อนๆแถวบ้าน เพื่อนๆปวช เพื่อนๆปวส.
ต่างแยกย้ายไปคนล่ะทิศคนล่ะทางตามแต่แรงลมแห่งชีวิตจะพัดพา
พวกเราไปในทิศทางใดๆ ก่อนเข้าเรียนผมมีเงินติดตัวมานิหน่อย
จากการไปเป็นช่างเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเงินเล่านั้นผมนำไปสอบ
นำไปลงทะเบียนก็หมดสิ้นพอดิบพอดี ชีวิตที่ต้องอยู่อย่างไรเป็นแบบไหนอีก 2 ปี
ต่อจากนั้นเป็นสิ่งที่น่าคิดมาก ซึ่งผมก็ผ่านมันมาอย่างขาดเสียไม่ได้
    ผมย้ายชีวิตจากอีกหัวมุมจังหวัดกลับมาบ้าน ด้วยใบปริญญา
ด้วยความภูมิที่เต็มไปด้วยคำถาม ที่คงไว้ซึ่งการต้องคำตอบมากมาย
ผมไม่รู้ว่าจะไปไหน ไม่รู้ต้องทำอะไรต่อ ผมคงเหมือนนิสิต
อีกหลายร้อยหลายพันชีวิตในหอประชุมที่ทรงเกียรติหอนั้น
    ผมด่ำผุดดำว่ายในทะเลแห่งเมรัยที่เร่าร้อนแรงอีกครา
และคร่าวนี้กระแสแห่งทะเลเชี่ยวหนักด้วยความเมามายไปวันต่อวัน
ดึกต่อดึกแม่ของผมก็เริ่มเป็นห่วงกลัวไปไม่รอด และก่อนที่ผมจะจมทะเลนี้
มือที่แข็งกร้าวได้ยื่นมือมาจับมือของผมพร้อมคำพูดง่ายๆที่เข้าใจได้ง่าย
" กูว่ามึงควรทำงานได้แล้ว" หลังจากคำพูดนั้นผมและเพื่อนก็ทำงานโรงงานในรั้วเดียวกัน
ชีวิตโรงงานไม่ได้วุ่นวายหรือแปลกใหม่อะไรสำหรับผมไปทำงานให้ทันกินข้าวตามเวลา
ดูยาตามที่มีไว้ และกลับบ้านนอนหลับคารถโรงงาน...

    ร้านแล้วร้านเล่า ขวดแล้วขวดเล่า ถูกเปิดและเชยชมไม่สาแก่ใจ
เงินเดือนทั้งวีกถูกฉีกด้วยคมชาดรสสุรา ก่อนที่ค่ำคืนที่ไร้เหงาจะจากเราไป
เราทั้งสองคนนักอยู่ร้านคาราโอเกะโซฟาหนานุ่มปุหนังอย่างดี เหล้าคนเดินสีแดงใส
ถูกรินจากขวดผ่านลูกแก้วลงก้อนน้ำแข็ง เหล้าค่อยๆไหลซึมทะลุก้อนน้ำแข็งเป็นคราบที่คอบแก้ว
ติดกับก้อนน้ำแข็ง ก่อนที่จะค่อยไหลๆ ไปรวมตัวกัน ณ เบื้องล่าง โซดาอันโกรธเกรี้ยว
ก็กระแทกตัวทะลุผ่านก้อนน้ำแข็งเข้าละเลงเหล้ากระจุยกระจายก่อนที่ฟองจากผุดดันเนื้อแก้ว
และผสมน้ำทั้งสองเป็นหนึ่งเดียว เหล้าแก้วนี้บาดคอชมัด
    ผมเดินกอดคอเพื่อนผมออกก่อนเอ๋ยคำลาเมือแสงตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้า
ไปแล้วโวยไอ้นัย เดียวค่อยเจอกันแปดโมงเช้าที่โรงอาหารในโรงงาน....

edit @ 3 Oct 2011 23:11:10 by droptal